ประวัติความเป็นมา

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง

ประวัติ สน.พระราชวัง

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

บริเวณที่ตั้งของสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เดิมคือบริเวณวังท้ายวัดพระเชตุพนฯ วังที่ 5 ที่สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและมีเจ้านายหลายพระองค์ประทับอยู่ในตำนาน วังเก่ากล่าวถึงการสร้างวังใหม่ให้แก่พระเจ้าลูกเธอที่ออกวังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ว่า

"วังที่สร้างใหม่ 5 วัง ตอนนี้ สร้างในที่แปลง 1 ด้านเหนือจรดถนนเขตวัดพระเชตุพน ด้านตะวันออกจรดถนนสนามชัย ด้านตะวันตกจรดถนนมหาราชริมกำแพงพระนคร ด้านใต้ถนนทั้งสองนั้นไปบรรจบกันที่เป็นชายธงตรงสะพานข้ามคลอง (ตลาด) คูเมืองเดิม วังทางตอนเหนือสร้างเป็นคู่ หลังวังจดกันหันหน้าวังออกถนนสนามชัย ๒ วัง หันหน้าวังออกถนนมหาราช ๒ วัง วังที่สุดทางใต้เป็นวังเดียวด้วยรูปที่เป็นชายธง"

รายชื่อวังท้ายวัดพระเชตุพนฯ

  • วังที่ 1: สร้างพระราชทานให้กรมหมื่นเชษฐาธิเบนทร์ได้ประทับอยู่จนสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 พอถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นวังของกรมหลวงอดิศรอุดมเดช
  • วังที่ 2: สร้างพระราชทานให้แก่พระองค์เจ้าลำยอง ต่อมาเป็นวังของกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ
  • วังที่ 3: สร้างพระราชทานให้แก่พระองค์เจ้างอนรถ ต่อมาพระองค์เจ้าเปียกเสด็จมาประทับจนสิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นวังกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณและหม่อมเจ้าในกรม
  • วังที่ 4: สร้างพระราชทานให้กรมหมื่นภูมิทรภักดีเสด็จมาประทับจนสิ้นพระชนม์ในราชการที่ 5
  • วังที่ 5: เดิมทีจะสร้างพระราชทานให้กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ซึ่งเป็นพระราชโอรส แต่ทรงเห็นว่าพื้นที่ที่จะสร้างวังคับแคบจึงเปลี่ยนไปสร้างวัง ที่ริมแม่น้ำ เหนือปากคลองตลาด (คือ วังริมแม่น้ำใต้ป้อมมหาฤกษ์ ปัจจุบันคือโรงเรียนราชินี) แทน และเสด็จไปประทับอยู่จนสิ้นพระชนม์ จากนั้นมีดำริที่จะขยับขยายวัง จึงขอให้มีการแลกเปลี่ยนวังริมแม่น้ำของกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ซึ่งขณะนั้นกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และหม่อมเจ้าในกรมของกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ประทับอยู่ในวังสืบต่อมา

การเปลี่ยนแปลงการครอบครอง

ตามพระราชประเพณีเดิม เมื่อกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์สิ้นพระชนม์แล้ว วังที่ประทับควรจะคืนให้แก่หลวง แต่เนื่องจากพระโอรสและพระธิดาของ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์หลายพระองค์ได้เข้ารับราชการทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดินและยังเป็นพระญาติวงศ์ที่สนิทสนมใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานวังริมแม่น้ำแก่ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี ส่วนพระอนุชาของกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์พระองค์เจ้ามงคลเลิศกับหม่อมเจ้าองค์อื่นในกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาอยู่ที่วังท้ายวัดพระเชตุพนฯ วังที่ 5 แทน

พระองค์เจ้ามงคลเลิศสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 กรมหมื่นนฤบาลมุขมาตย์ซึ่งเป็นพระอนุชาเสด็จมาประทับอยู่จนสิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ.2439 ในรัชกาลที่ 5 หม่อมเจ้าในกรมอยู่ต่อมาจากนั้นพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งวังเก่าเหล่านี้ได้มีการสร้างอาคารใหม่กลายมาเป็นสถานที่ราชการในสมัยรัชกาลที่ 6 คือ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง

พระนามและพระประวัติเจ้านายที่ประทับ

1. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์

พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายศิริวงศ์ พระราชโอรสองค์แรก ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในเจ้าจอมมารดาทรัพย์ ประสูติเมื่อ พ.ศ.2355 ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพระยศเป็นหม่อมเจ้า ประทับอยู่วังกับพระราชบิดา (กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์) เมื่อสมเด็จพระชนกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้า ตามพระราชประเพณี ในปี พ.ศ.2381 สิ้นพระชนม์ พ.ศ.2382 พระชันษา 28 ปี ต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาพระอัฐิขึ้นเป็นสมเด็จพระราชมาตาม-หัยกาเธอ (ตา) ของ รัชกาลที่ 5 เป็นต้นราชสกุล "ศิริวงศ์ ณ อยุธยา"

2. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอุดมรัตนราชี

พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายอรรณพ พระราชโอรสองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นองค์ที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาผึ้ง ประสูติเมื่อ พ.ศ.2563 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นอุดมรัตนราษี กำกับกรมสังฆการีและธรรมการ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2409 พระชันษา 47 ปี เป็นต้นราชสกุล "อรรณพ ณ อยุธยา"

สถานที่ตั้งและลักษณะอาคาร

สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง 79 ถนนมหาราช แขวงพระบรมราชวัง เขตพระนครเหนือกรุงเทพมหานคร ทิศเหนือจรดถนนสนามไชย ทิศใต้จรดถนนมหาราช ทิศตะวันออกจรดถนนราชินีทิศตะวันตกจรดกระทรวงพาณิชย์ (เดิม) ปัจจุบัน คือ มิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

สำหรับตัวอาคารเก่าของสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง (เดิมคือ ที่ว่าการตำรวจนครบาลที่ 1) ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถนนสองสายมาบรรจบกัน คือ ถนนมหาราชกับถนนสนามไชย เป็นทางสามแพร่งของถนนมาร่วมกัน ซึ่งคนจีนได้เรียกบริเวณนี้ว่า "ชาก็กวัง" ซึ่งแต่เดิมนั้น สถานีตำรวจพระราชวังตั้งอยู่ในตลาดท่าเตียน ตรงข้ามวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดพระเชตุพนฯ และในขณะนั้นได้ใช้ชื่อว่า โรงพักท่าเตียน ตัวโรงพักที่ท่าเตียนเป็นตึกสองชั้นลักษณะรูปร่างคล้ายกับกระทรวงกลาโหม ปลูกสร้างอยู่วังที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารโรงโปลิศให้เป็นแบบตะวันตก ใช้เป็นที่ทำการของสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗ ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน


ลักษณะอาคารสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เป็นอาคารขนาดเล็กชั้นเดียว ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีระเบียงโค้งครึ่งวงกลมขยายออกมาทั้งสองฝากเป็นอาคารที่ตกแต่งโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะบาร็อกในยุโรป สำหรับประวัติของสถานีตำรวจพระราชวัง เท่าที่มีปรากฏคือ เมื่อโรงพักท่าเตียนย้ายมาอีกทั้ง ต้องรวมข้าราชการตำรวจจากโรงพักท่าเตียนและโรงพักพาหูรัดมาไว้ที่เดียวกัน จากนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง" โดยในช่วงที่เริ่มย้ายมาตั้งใหม่นั้น สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ยังใช้เป็นที่ตั้งของกองกำกับการตำรวจนครบาล 1 ด้วย (ต่อมากองกำกับการตำรวจนครบาล 1 ได้ย้ายไปอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์)

วันที่ 23 มกราคม 2537 ได้มีคำสั่งกรมตำรวจให้ยุบกองกำกับการที่สังกัดในเขตนครบาล และให้ยกฐานะของสถานีตำรวจเดิมขึ้นเป็นกองกำกับแทน โดยมีผู้กำกับการเป็นหัวหน้าสถานี ขึ้นตรงกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน และสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง สังกัดอยู่ในกองกำกับการตำรวจนครบาลเหนือ ขึ้นตรงต่อกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ในปัจจุบันเช่นกัน